ลูกโซ่ความเย็น

แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับยาแช่เย็นและวัคซีน

โรงพยาบาลห้วยยอด

ที่มาและความสำคัญ


            สืบเนื่องมาจากมาตรฐานการเก็บรักษาและการส่งมอบยาแช่เย็นและวัคซีนแก่ผู้ป่วยที่บุคลากรใน

โรงพยาบาลห้วยยอด ทุกคนต้องปฏิบัติตามแนวทางที่เคยกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด    อย่างไรก็ตาม  พบว่า

แนวทางปฏิบัติที่เคยกำหนดไว้ยังไม่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งโรงพยาบาลและยังไม่ครอบคลุมเหตุการณ์บางอย่าง

ซึ่งอาจนำไปสู่การสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน อันเนื่องจากการปฏิบัติตามแนวทางยังไม่เข้มงวด และยาแช่เย็น

หรือวัคซีนสูญเสียคุณภาพจากอุบัติเหตุไฟฟ้าดับหรือตู้เย็นเสีย เป็นต้น

ดังนั้น โรงพยาบาลห้วยยอด จึงได้ทบทวนหลักฐานทางวิชาการที่มีความน่าเชื่อถือต่างๆ และกำหนดแนวทาง

ปฏิบัตเกี่ยวกับยาแช่เย็นและวัคซีน ตั้งแต่การเก็บรักษา การจัดวางเทอร์โมมิเตอร์ การบันทึกอุณหภูมิ และการ

ขนส่งยาแช่เย็น ตลอดจนแนวทางปฏิบัติกรณีไฟฟ้าดับหรือตู้เย็นเสีย เพื่อเป็นการประกันคุณภาพและประสิทธิภาพ

ของยาแช่เย็นและวัคซีนตั้งแต่กระบวนการผลิต การขนส่งจนส่งถึงมือผู้ป่วย


เนื้อหา
1. รายการยาแช่เย็นที่มีใช้ในโรงพยาบาลและการเก็บรักษา


2. แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการเก็บรักษายาแช่เย็น
    1.1 การบริหารและการเก็บรักษาวัคซีน
    2.2 การเก็บรักษายาแช่เย็นและวัคซีนในตู้เย็น
    3.3 การเก็บรักษายาแช่เย็นและวัคซีนในกล่องเก็บความเย็น
    4.4 การจัดวางเทอร์โมมิเตอร์และการบันทึกอุณหภูมิ


3. แนวทางปฏิบัติในการขนส่งยาแช่เย็น


4. แนวทางปฏิบัติเมื่อไฟฟ้าดับหรือตู้เย็นเสีย



1. รายการยาแช่เย็นที่มีใช้ในโรงพยาบาล การเก็บรักษา และการขนย้ายเมื่อเกิดเหตุการณ์ไฟฟ้าดับหรือตู้เย็นเสีย

จำแนกรายการยาแช่เย็นและวัคซีนตามอุณหภูมิที่แนะนำให้เก็บรักษา และความไวต่อความร้อนหรืออุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลง

ดังแสดงตารางที่ 1



ตารางที่ 1 รายการยาและเวชภัณฑ์แช่เย็นที่ต้องเก็บในตู้เย็นช่องปกติอุณหภูมิ 2-8 °C


หมายเหตุ: *= เป็นรายการยาที่มีมูลค่าสูง, inj. = injection

 

1. แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการเก็บรักษายาแช่เย็น

เพื่อให้สามารถคงสภาพและประกันคุณภาพยาแช่เย็นและวัคซีน ทุกหน่วยงานในโรงพยาบาลที่เกี่ยวข้องกับยาแช่เย็น ได้แก่ การบริหารยา การเก็บรักษา

และการสำรองยาแช่เย็นและวัคซีน จำเป็นต้องทราบและปฏิบัติตามแนวทาง ดังต่อไปนี้

1.1 การเก็บรักษาวัคซีน

1.2 การเก็บรักษายาแช่เย็นและวัคซีนในตู้เย็น

1.3 การเก็บรักษายาแช่เย็นและวัคซีนในกล่องเก็บความเย็น

1.4 การจัดวางเทอร์โมมิเตอร์และการวัดอุณหภูมิ

2.1 การเก็บรักษาวัคซีน

• วัคซีนที่อยู่ในรูปของผงแห้งต้องใช้น้ำยาละลาย (diluents) ของวัคซีนชนิดนั้นๆ อย่างไรก็ตาม ก่อนจะนำ diluents มาละลายวัคซีนต้องเก็บไว้ในอุณหภูมิ 2-8 °C เป็นเวลา 24 ชั่วโมง มิฉะนั้นจะทำให้วัคซีนสูญเสียความแรงหลังการผสมได้

• วัคซีนที่อยู่ในรูปของผงแห้ง เช่น หัด และ MMR ปัจจุบันองค์การอนามัยโลกแนะนำว่าหลังการผสมวัคซีนเหล่านี้แล้วให้เก็บในตู้เย็บอุณหภูมิ 2-8 °C จนถึงเวลาสิ้นสุดการให้บริการในวันนั้น หรือเก็บไว้ไม่เกิน 6 ชั่วโมง (แล้วแต่เวลาใดถึงก่อน) แต่วัคซีน BCG ที่ผลิตโดยสภากาชาดไทย แนะนำให้เก็บไว้ไม่เกิน 2 ชั่วโมง หลังจากการผสมแล้วควรห่อด้วยกระดาษหรือกระดาษฟอยล์ (foil) หรือใส่ไว้ในกล่องโฟมใต้ฝากระติกเก็บวัคซีน โดยไม่ให้ขวดวัคซีนเปียกหรือจุ่มในน้ำ

• วัคซีนชนิดน้ำ ได้แก่ DTP , dT และ TT เมื่อเปิดใช้แล้งยังเหลืออยู่ องค์การอนามัยโลกแนะนำว่าสามารถเก็บในตู้เย็บอุณหภูมิ 2-8 °C ได้นาน 4 สัปดาห์ โดยมีการป้องกันไม่ให้เกิดการปนเปื้อน แต่แผ่นงานเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคของประเทศไทย แนะนำให้เก็บวัคซีนชนิดน้ำที่ใช้กับเด็กและหญิงมีครรภ์ได้ไม่เกิน 6 ชั่งโมง หรือจนถึงเวลาสิ้นสุดการให้บริการในวันนั้น (ภายใน 24 ชั่วโมง) เท่านั้น หลังจากนั้นให้ทำลายวัคซีนที่เหลืออยู่




2.2 การเก็บรักษายาแช่เย็นและวัคซีนในตู้เย็น
         ยาแช่เย็นและวัคซีนเป็นยาและชีววัตถุที่มีความไวต่อความร้อน และสามารถสูญเสียสภาพได้ถ้าอยู่ในอุณหภูมิที่ไม่เหมาะสมซึ่งจะไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้ใหม่ สงผลให้โรงพยาบาลต้องสูญเสียงบประมาณในการจัดหายาแช่เย็นและวัคซีนมาทดแทน ดังนั้น เพื่อเป็นการประกันคุณภาพของยาแช่เย็นและวัคซีน บุคลากรในโรงพยาบาลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาแช่เย็น จำเป็นต้องทราบและปฏิบัติตามแนวทาง ดังต่อไปนี้


1. เก็บยาแช่เย็บและวัคซีนในช่องกลางของตู้เย็นที่มีอุณหภูมิระหว่าง 2-8 °C ห้ามเก็บในช่องแช่แข็ง (ยกเว้น OPV ชนิดรับ 

    ประทาน) ใต้ถาดช่องแช่แข็ง และฝาของตู้เย็น เพราะจะทำให้วัคซีนสูญเสียสภาพและอุณหภูมิไม่คงที่

2. จัดเรียงยาแช่เย็นหรือวัคซีนเป็นแถวๆ ห่างจากผนังตู้เย็น โดยให้มีช่องว่างระหว่างแถวเพื่อให้ความเย็นกระจายทั่วถึง

3. จัดเรียงเป็นหมวดหมู แยกชนิดให้ชัดเจน โดยมีป้ายชื่อแสดงชื่อยา และใช้หลักการ First Expire First Out (FEFO)

4. ต้องมีไอซ์แพค (ice pack) แช่แข็งในช่องแช่แข็งในปริมาณตามขนาดของตู้เย็น ได้แก่
• ตู้เย็นขนาด 5 คิว ควรมี ice pack อย่างน้อย 4 อัน
• ตู้เย็นขนาด 5-10 คิว ควรมี ice pack อย่างน้อย 8 อัน
• ตู้เย็นขนาด 10 คิว ขึ้นไป ควรมี ice pack อย่างน้อย 16 อัน

5. ต้องมีน้ำใส่สีและเกลือบรรจุในช่องแช่ผักด้านล่างของตู้เย็น เพื่อช่วยรักษาความเย็นเมื่อเปิดตู้เย็นหรือกรณีไฟดับ
 


                                         รูปที่ 1 ขวดใส่น้ำเพื่อรักษาความเย็นในตู้เย็น


6. ควรเก็บเฉพาะยาแช่เย็นหรือวัคซีนเท่านั้น ไม่ควรนำอาหารและเครื่องดื่ม มาเก็บในตู้เย็น

7. ควรมีการตรวจสอบน้ำแข็งที่เกาะในช่องแช่แข็งต้องไม่หนาเกิน 5 มิลลิเมตร หากพบว่ามีน้ำแข็งเกาะหนาเกินกว่าที่กำหนดให้

    ปฏิบัติดังนี้
            7.1 กรณีตู้เย็นมีระบบละลายน้ำแข็งอัตโนมัติ หรือมีกดปุ่มละลายน้ำแข็งโดยมี แนวทางดังนี้
                  • เตรียมกล่องเก็บความเย็น ice pack และเทอร์โมมิเตอร์
                  • เคลื่อนย้ายยาแช่เย็นและวัคซีน อันดับ 1 และ 2 ในกล่องเก็บความเย็น และให้ปฏิบัติตามแนวทางเมื่อไฟฟ้า

                     ดับหรือตู้เย็นเสีย
                  • เมื่อน้ำแข็งละลายหมด ให้เสียบปลั๊กตู้เย็น แล้วรอจนหว่าอุณหภูมิ ภายในตู้เย็นจะเท่ากับ 2-8 °C จึงค่อยนำ

                     ยาแช่เย็นหรือวัคซีนหลับมาใส่ในตู้เย็น
            7.2 กรณีตู้เย็นไม่มีปุ่มกดละลายน้ำแข็ง
                  • เตรียมกล่องความเย็น ice pack และเทอร์โมมิเตอร์
                  • เคลื่อนย้ายยาแช่เย็นและวัคซีนทั้งหมดในตู้เย็นมาใส่กล่องเก็บความเย็น และให้ปฏิบัติตามแนวทางเมื่อไฟดับ

                     หรือตู้เย็นเสีย จากนั้นให้ ถอดปลั๊กตู้เย็น แล้วรอจนหว่าอุณหภูมิภายในตู้เย็นจะเท่ากับ 2-8 °C จึงค่อยนำยา

                     แช่เย็นหรือวัคซีนมาใส่ในตู้เย็น


8. สายตู้เย็น ควรมีการระบุข้อความว่า "สายตู้เย็นห้ามถอดปลั๊ก" และใช้เต้าเสียบเฉพาะตู้เย็นเท่านั้น

9. วางตู้เย็นในบริเวณที่ไม่มีแสงแดดส่องถึง บนขาตั้งและห่างจากฝาผนังประมาณ 6-12 นิ้วเพื่อให้อากาศรอบตู้เย็นหมุนเวียน

   ได้สะดวก

10. ดูแลความสะอาดของตู้เย็นทั้งภายนอกและภายใน

11. ดูแลสภาพขอบยางให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ดีเสมอ โดยใช้แผ่นกระดาษ A4 สอดที่บานประตูและปิดประตูให้สนิท จากนั้น

      ออกแรงดึงกระดาษ ถ้าสามารถดึงออกมาได้ง่าย แสดงให้เห็นว่า ขอบยางอยู่ในสภาพเสื่อมแล้ว



                                            รูปที่ 2 การจัดวางยาแช่เย็นหรือวัคซีนในตู้เย็น


2.3 การเก็บรักษายาแช่เย็นและวัคซีนในกล่องเก็บความเย็น
กล่องเก็บความเย็นเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่ใช้ในการรักษาสภาพและคงประสิทธิภาพของยาแช่เย็นและวัคซีนที่มีการสั่งใช้หรือเกิดเหตุไม่คาดคิด เช่น ไฟฟ้าดับหรือตู้เย็นเสีย เป็นต้น ดังนั้นหน่วยใดที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสั่งใช้ยาแช่เย็นหรือวัคซีน หรือมีการสำรองยาในหอผู้ป่วยจำเป็นต้องมีกล่องเก็บความเย็น รวมทั้งอุปกรณ์อื่น ๆ ในสภาพพร้อมใช้ตลอดเวลา ดังแสดงในรูปที่ 2 โดยมีรายละเอียด ดังนี้
1. กล่องเก็บความเย็น อย่างน้อย 1 อัน โดยต้องอยู่ในสภาพพร้อมใช้ ไม่รั่วซึม
2. Ice pack อย่างน้อย 6 อัน หรือขึ้นอยู่กับขนาดกล่องเก็บความเย็น โดยให้บรรจุน้ำหรือน้ำเกลือประมาณ ร้อยละ 90 ของปริมาตรบรรจุ หรือตามรอยเครื่องหมายที่กำหนด และวางในชั้นแช่แข็งแบบแนวตั้งบนขอบด้านใดด้านหนึ่ง เพื่อให้น้ำแข็งตัวสม่ำเสมอ
3. เจลแช่เย็น



                                        รูปที่ 3 กล่องเก็บความเย็น ice pack และเจลแช่เย็น

2.4 การจัดวางเทอร์โมมิเตอร์และการวัดอุณหภูมิ
       เพื่อที่จะคงคุณภาพและการประกันว่ายาแช่เย็นและวัคซีนมีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องมีระบบการตรวจสอบการทำงานของตู้เย็นและเทอร์โมมิเตอร์ที่ใช้บันทึกอุณหภูมิ โดยมีแนวทาง ดังต่อไปนี้
    1. จัดวางเทอร์โมมิเตอร์ไว้ที่ช่องกลางของตู้เย็น เพื่อให้มีอุณหภูมิระหว่าง 2 - 8 °C หลีกเลี่ยง การวางที่ตำแหน่งอื่น เช่น ที่บานประตูตู้เย็น เพราะจะทำให้อุณหภูมิที่บันทึกได้สูงกว่าความเป็นจริง ซึ่งเป็นจุดที่สัมผัสกับอากาศภายนอกมากว่าบริเวณอื่นเมื่อเปิดตู้เย็น


                                               รูปที่ 4 การจัดวางเทอร์โมมิเตอร์ในตู้เย็น

         2. บันทึกอุณหภูมิอย่างน้อยวันละ 4 ครั้ง แบ่งออกเป็น 3 เวร ได้แก่ เวรเช้า จำนวน 2 ครั้ง เวลา 8.30 น. และ 14.00 น. เวรบ่าย 16.30 น. และเวรดึก เวลา 24.30 น. ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ และเซ็นต์ชื่อกำกับเสมอ


downloads แบบบันทึกอุณหภูมิได้ีที่นี้

                                                       รูปที่ 5 การบันทึกอุณหภูมิตู้เย็น

 


2. หากพบว่าอุณหภูมิที่บันทึกมีค่าเกินกว่าที่กำหนด ให้ค้นหาสาเหตุที่อาจเป็นไปได้ เช่นเพิ่งมีการเปิดตู้เย็นนำยาออกมาใช้ หรือตำแหน่งของตู้เย็นมีแสงแดดส่องถึง แนวทางในการแก้ไขปัญหาเบื้องต้น คือ ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที แล้วกลับมาตรวจสอบอุณหภูมิอีกครั้ง หากพบว่าอุณหภูมิเกินกว่าที่กำหนด คือ อุณหภูมิ > 8 °C ให้ปรับหมุนปุ่มทำความเย็นไปด้าน cold มากขึ้น หรือถ้า อุณหภูมิ < 2 °C ให้ปรับหมุนปุ่มทำความเย็นไปด้าน warm มากขึ้น และติดต่อช่างไฟฟ้า (เบอร์โทรภายใน 511) เพื่อมาดำเนินการแก้ไข หากมาสามารถแก้ไขได้ภายใน 1 ชั่วโมง ให้ปฏิบัติตามแนวทางเมื่อไฟดับหรือตู้เย็นเสีย ข้อที่ 4.2หรือ 4.3
3. ควรตรวจสอบการทำงานของเทอร์โมมิเตอร์ โดยเปรียบเทียบกับเทอร์โมมิเตอร์ที่ผ่านการตรวจความเที่ยงตรง (calibrate) แล้ว อย่างน้อยปีละครั้ง
3. แนวทางปฏิบัติในการขนส่งยาแช่เย็น (Cold Chain)
การขนส่งยาแช่เย็นเป็นกระบวนการหนึ่งที่ช่วยบริหารจัดการยาแช่เย็นและวัคซีนให้มีคุณภาพดีจากมือผู้ผลิตถึงผู้รับบริการ ดั้งนั้น ในแต่ละหน่วยงานหรือหอผู้ป่วยที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้ยาแช่เย็นหรือวัคซีนจำเป็นต้องมีอุปกรณ์ ดังต่อไปนี้
1. กล่องเก็บความเย็น
2. Ice pack* อย่างน้อย 6 อัน หรือขึ้นอยู่กับขนาดกล่องเก็บความเย็น
3. เจลแช่เย็น
หมายเหตุ: *ก่อนนำ ice pack มาใส่ในกล่องยาแช่เย็นต้องทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องจนเกิดเป็นเหงื่อก่อน โดยมีแนวทางปฏิบัติ ดังนี้
3.1 กรณีผู้ป่วยในที่เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล (Admission) และระหว่างเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล ให้ปฏิบัติ ดังนี้
• เมื่อมีการสั่งใช้ยาแช่เย็นหรือวัคซีนแก่ผู้ป่วย เภสัชกรจะจ่ายยาแช่เย็นหรือวัคซีนไปพร้อมกับเจลแช่เย็น พร้อมทั้งให้คำแนะนำผู้ป่วยหรือญาติให้รีบนำยาดังกล่าวไปให้พยาบาล เพื่อบริหารยาหรือเก็บรักษายาต่อในตู้เย็น



                                         รูปที่ 6 การส่งมอบยาแช่เย็นหรือวัคซีนแก่ผู้ป่วย

• หน่วยงานต่าง ๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารยาแช่เย็นหรือวัคซีน เช่น ห้องฉีดยา หรือห้องฉุกเฉิน และหอผู้ป่วยต่างๆ แยกเก็บเจลแช่เย็นไว้ในตู้เย็น และส่งคืนที่ห้องจ่ายยา
• ในระหว่างที่ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลแล้วมีการสั่งใช้ยาแช่เย็นหรือวัคซีน ให้หอผู้ป่วยนำกล่องยาแช่เย็นพร้อม ice pack หรือเจลแช่เย็น ที่วางโดยรอบทั้ง 5 ด้านมารับยาแช่เย็นหรือวัคซีน
หมายเหตุ: ห้องยาจะไม่จ่ายยาดังกล่าวให้ หากหอผู้ป่วยไม่ได้นำกล่องยาแช่เย็นพร้อม ice pack มารับยาแช่เย็น
• ก่อนส่งมอบยาแช่เย็นให้กับหอผู้ป่วย ให้เจ้าหน้าที่ห้องยาจัดยาแช่เย็นให้ตรงกับสติ๊กเกอร์ยา และให้เภสัชกรหรือเจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของชนิดและจำนวนอีกครั้ง ก่อนใส่ลงในกล่องยาแช่เย็น ซึ่งต้องไม่แช่เย็น ยาหรือวัคซีนสัมผัสกับ ice pack โดยตรง โดยอาจใส่ในขวดพลาสติกหรือห่อกระดาษ พร้อมทั้งตรวจสภาพของ ice pack หากพบว่าอยู่ในสภาพที่ไม่เย็นพอ ให้ทางห้องยาจัดเปลี่ยนให้กับหอผู้ป่วยโดยพิจารณาตามความเหมาะสม


 


                                       

                                      รูปที่ 7 การส่งมอบยาแช่เย็นหรือวัคซีนแก่เจ้าหน้าที่


3.2 กรณีผู้ป่วยกลับบ้าน (discharge) และผู้ป่วยนอก ให้ปฏิบัติ ดังนี้
• เมื่อมีการสั่งใช้ยาแช่เย็นหรือวัคซีนแก่ผู้ป่วยกลับบ้าน หอผู้ป่วยหรือห้องจ่ายยาควรแจ้งกับผู้ป่วยหรือญาติเตรียมกระติกหรือกล่องแช่เย็นในขนาดที่เพียงพอต่อการบรรจุยาแช่เย็นหรือวัคซีนกลับบ้าน พร้อมทั้งพิมพ์ข้อความว่า "เก็บยาไว้ในตู้เย็น" บนฉลากสติกเกอร์ที่ติดไปกับยาด้วย และให้คำแนะนำเรื่องการเก็บรักษายาดังกล่าว


                                      รูปที่ 8 การส่งมอบยาแช่เย็นหรือวัคซีนแก่ผู้ป่วยกลับบ้าน


4. แนวทางปฏิบัติเมื่อไฟฟ้าดับหรือตู้เย็นเสีย
เมื่อเกิดเหตุไฟฟ้าดับหรือตู้เย็นเสีย ให้ปฏิบัติตามแนวทาง ดังต่อไปนี้
4.1 กรณีทราบล่วงหน้าว่าไฟฟ้าดับไม่เกิน 1 ชั่วโมง หรือตู้เย็นเสียคาดว่าจะสามารถแก้ไขได้ภายใน 1 ชั่วโมง
• ไม่ต้องเคลื่อนย้ายยาแช่เย็นหรือวัคซีนออกนอกตู้เย็น ยกเว้น Poliomyelitis Vaccine(OPV) แบบ Oral form ให้เคลื่อนย้ายมาเก็บในช่องแช่แข็งของตู้เย็นที่สามารถทำงานได้
• นำ ice pack ออกจากช่องแช่แข็งมาวางไว้ที่ช่องกลางของตู้เย็นโดยรอบ (ดังแสดงในรูปที่ 9 ) แล้วปิดประตูตู้เย็นให้สนิท และในระหว่างนี้ห้ามเปิดตู้เย็นจนหว่าไฟฟ้าจะมาหรือเปิดใช้เท่าที่จำเป็น เพื่อรักษาความเย็นให้ได้นานที่สุด

รูปที่ 9 การจัดวาง ice pack ในตู้เย็น กรณีไฟฟ้าดับหรือตู้เย็นเสีย

4.2 กรณีไฟฟ้าดับหรือตู้เย็นเสียนานมากกว่า 1 ชั่วโมง แต่ไม่เกิน 3 ชั่วโมง ให้ปฏิบัติ ดังนี้

• ให้เคลื่อนย้ายยาแช่เย็นหรือวัคซีน อันดับ 1 และ 2 (ดังแสดงในตารางที่ 1,2 และ 3) ไปไว้ที่กล่องเก็บความเย็นที่มี

ice pack วางไว้โดยรอบทั้ง 6 ด้าน ส่วนยาแช่เย็นอันดับ 3 สามารถเก็บในตู้เย็นได้

• นำยาแช่เย็นหรือวัคซีนใส่ในภาชนะ หรือใช้กระดาษห่อ และใส่ไว้ตรงกลางของกล่องเก็บความเย็น โดยไม่ให้สัมผัสกับ

ice pack โดยตรง (ดังแสดงในรูปที่ 10)
• วางเทอร์โมมิเตอร์ไว้ตรงกลางของกล่องเก็บความเย็นและปิดฝาให้สนิท เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 10 นาที ให้ตรวจสอบ

อุณหภูมิว่าอยู่ในช่วง 2-8 °Cหรือไม่ หากพบว่าอุณหภูมิเกินกว่า 8 °C ให้เพิ่มจำนวน ice pack โดยสามารถขอ

เพิ่มเติมได้ที่งานคลังเวชภัณฑ์ และทำหารทดสอบจนกว่าจะมีอุณหภูมิ เท่ากับ 2-8 °C และในระหว่างนี้ห้ามเปิดกล่องเก็บ

ความเย็นเพื่อรักษาความเย็นให้ได้นานที่สุด และเตรียมการปฏิบัติตามแนวทางข้อที่ 4.3

นำ ice pack ออกจากตู้เย็น รอจนเป็นหยดน้ำบน ice pack ว่าง ice pack 4 ก้อน


ว่างแผ่นโพลีบน ice pack ว่าง ice pack ข้างๆ 2ก้อน ก่อนใส่ยา ว่าง ice pack กั้นอีกทีก่อนว่าง ice pack 4ก้อน


รูปที่ 10 การจัดวาง ice pack ยาแช่เย็นหรือวัคซีน และเทอร์โมมิเตอร์ในกล่องเก็บความเย็น

กรณีไฟฟ้าดับหรือตู้เย็นเสียเกิน 1 ชั่วโมง แต้ไม่เกิน 3 ชั่วโมง



 4.3 กรณีไฟฟ้าดับหรือตู้เย็นเสียนานมากกว่า 3 ชั่วโมง ให้ปฏิบัติ ดังนี้
• ประสานงานกับเจ้าหน้าที่หรือเภสัชกรห้องจ่ายผู้ป่วยนอก หรืองานคลังเวชภัณฑ์ว่าระบบไฟฟ้าหรือตู้เย็นปกติหรือไม่

หากพบว่าตู้เย็นสามารถทำงานได้ตามปกติให้ดำเนินการเคลื่อนย้ายยาแช่เย็นหรือวัคซีนทั้งหมดที่เก็บสำรองไว้

(อันดับ 1, 2 และ 3) ตามระบบ cold chain มาไว้ที่หน่วยงานต่างๆ ดังที่กล่าวมา โดยมีแนวทางปฏิบัติ และแผนผัง

ดังต่อไปนี้

o ในเวลาราชการ 8.30-16.30 น. ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ ให้เคลื่อนย้ายมาเก็บไว้ที่ห้องจ่ายยาผู้ป่วยนอก

หรืองานคลังเวชภัณฑ์

o นอกเวลาราชการ แจ้งผู้รับผิดชอบ [ภก.สมศักดิ์ ชูสกุล 081-5390199

นายบัณฑิต รัตนอร่ามสวัสดิ์ 083-0709314] และให้เคลื่อนย้ายมาเก็บไว้ที่ห้องจ่ายยาผู้ป่วยนอก

หรืองานคลังเวชภัณฑ์




 

 กลับไปยังหน้ากลุ่มงานเภสัชกรรม